คลังเก็บรายเดือน: เมษายน 2020

ปลูกต้นไม้ตามทิศให้ความเจริญรุ่งเรือง

คนไทยกับความเชื่อเป็นสิ่งที่อยู่คู่กันมานาน ยิ่งกับคนที่ชื่นชอบเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้มักจะมีการหาข้อมูลเกี่ยวกับต้นไม้มงคลต่างๆ ต้นไหนปลูกได้หรือไม่ได้ เพื่อให้ตรงกับหลักของฮวงจุ้ยเพื่อหวังในเมื่อเรานำต้นไม้เข้ามาปลูกในบริเวณบ้านของเราแล้วจะช่วยเสริมความเป็นสิริมงคลให้กับคนที่อาศัยอยู่ในบ้านด้วย

ด้วยความเชื่อต่างๆเหล่านี้ผู้คนต่างก็มักจะเสาะหาพรรณไม้ดีๆนานาชนิดเพื่อนำมาปลูกแต่คุณรู้หรือไม่ว่าการปลูกต้นไม้ที่ดีก็ควรจะดูทิศทางด้วยว่าต้นไม้ชนิดไหนควรปลูกไว้ทิศไหนเพื่อเป็นการเสริมความเป็นสิริมงคลให้มากยิ่งขึ้นไปอีก วันนี้เราจึงเลือกต้นไม้ที่เหมาะที่จะปลูกในแต่ละทิศมาฝากกันค่ะ

  1. ทิศเหนือ  สำหรับทิศนี้เหมาะกับการปลูกต้นมะเดื่อ อุทุมพร ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้มงคลของชาวฮินดู โดยมีความเชื่อกันว่าหากปลูกต้นไม้ชนิดนี้ไว้ในบ้านจะสามารถช่วยป้องกันภัยให้กับคนที่อาศัยอยู่ในบ้านได้ ซึ่งลักษณะของต้นมะเดื่ออุทุมพรนั้นเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ หากโตเต็มวัยสามารถสูงได้ถึง 20 เมตรมีทรงเป็นพุ่มขนาดใหญ่
  2. ทิศใต้  สำหรับทิศนี้เหมาะกับการปลูกต้นมะพลับ ซึ่งเชื่อกันว่าหากบ้านไหนมีการปลูกต้นมะพลับไว้ในบ้านจะช่วยให้บ้านนั้นร่ำรวย มีฐานมั่งคง และอายุยืนอีกด้วย ซึ่งต้นไม้ชนิดนี้เป็นต้นไม้ที่มีขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง ประมาณ 8-15 เมตรต้นไม้เป็นทรงพุ่มรูปกรวย สามารถให้ร่มเงาได้ดีมาก 
  3. ทิศตะวันออก สำหรับทิศนี้เหมาะกับการปลูกต้นไผ่สีสุก สำหรับต้นไผ่ชนิดนี้ผู้คนเชื่อกันว่าเป็นไม้ไผ่มงคล เพราะชื่อที่มีคำว่าสุก ดังนั้น จึงมีความเชื่อกันว่าหากบ้านไหนปลูกต้นไผ่ชนิดนี้แล้ว บ้านนั้นจะมีแต่ความสุข ลักษณะของต้นไผ่มักจะขึ้นเป็นกอสูงใหญ่ ความสูงสามารถสูงได้ถึง 20-25 เมตรเลยทีเดียว
  4. ทิศตะวันตก สำหรับทิศนี้เหมาะกับการปลูกต้นกุ่มบก สำหรับต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้อยู่ในหมวดของไม้มงคลแต่ก็มีประโยชน์ใช้สอยมากมาย ด้วยลำต้นที่มีความสูงใหญ่ขนาดกลางโดยจะสูงประมาณ 10-15 เมตร และทรงจะเป็นพุ่มโปร่งสามารถให้ร่มเงาได้ที่สำคัญต้นกุ่มบก สามารถนำมาเป็นสมุนไพรและใบอ่อนสามารถนำมาประกอบอาหารได้ด้วย

สำหรับการหาต้นไม้เหล่านี้มาปลูกตามทิศที่ระบุอาจจะค่อนข้างหายากสักหน่อยแต่ก็เป็นต้นไม้ที่คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี หากใครที่สนใจจะปลูกต้นไม้มงคลและมีประโยชน์มากมายเหล่านี้สามารถหาข้อมูลการแหล่งขายได้เพิ่มเติมจากเว็บไซต์ขายต้นไม้

สนับสนุนโดย  แทงบอลออนไลน์

ลดถุงใต้ตา ปัญหากวนใจ

ถุงใต้ตา ทำให้ใบหน้าของเราดูโทรม ไม่สดใส ใต้ตาเป็นส่วนที่บอบบางมากที่สุดบนใบหน้า เมื่อถูกสิ่งกระทบเพียงเล็กน้อยก็สามารถทำให้เกิดถุงใต้ตาได้แล้ว โดยสาเหตุหลัก ๆเกิดจาก กรรมพันธุ์ ผลกระทบจากโรคภูมิแพ้ การอดนอนหรือนอนดึก

การร้องไห้ รวมไปถึงการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำก็ทำให้เกิดถุงใต้ตาได้ บทความนี้จึงแนะนำการวิธีการลดถุงใต้ตาที่เป็นปัญหากวนใจ ทำให้ใบหน้าของเราดูโทรม

  1. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอวันละ 8-10 ชั่วโมง จะสามารถช่วยลดปัญหาของการเกิดถุงใต้ตาได้ เพราะการอดนอนหรือการนอนหลับไม่เพียงพอเป็นสาเหตุหลักของการเกิดถุงใต้ตา
  2. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิด จะทำให้ถุงใต้ตาลดลง เพราะการดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้เกิดภาวะ การบวมน้ำ ซึ่งส่งผลต่อส่วนที่บอบบางอย่างใต้ตา ทำให้เกิดถุงใต้ตานั่นเอง
  3. ผู้ที่ทำงานที่ต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานานควรมีการพักสายตาเป็นระยะ ๆเพื่อให้กล้ามเนื้อใต้ตาของเราได้พักบ้างนั่นเอง เพราะการใช้สายตามองคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานกล้ามเนื้อใต้ตาจะเกิดอาการล้า ทำให้เกิดถุงใต้ตา
  4. มั่นฝรั่ง นำมันฝรั่งบดให้ละเอียดแล้วนำมาทาบริเวณรอบดวงตา ประมาณ 15-30 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่นที่สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง สามารถช่วยลดถุงใต้ตาได้
  5. แตงกวา นำแตงกวามาหั่นเป็นแว่น แล้วนำมาวางไว้บริเวณรอบดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 15-30 นาที ทำทุกครั้งตอนตื่นนอน และก่อนเข้านอนทุกวัน สามารถช่วยลดถุงใต้ตาได้ และยังช่วยลดอาการใต้ตาดำได้อีกด้วย
  6. ประคบด้วยเจลเย็น การประคบใต้ตาด้วยเจลเย็นจะช่วยลดถุงใต้ตาได้ โดยการนำเจลเย็นมาประคบบริเวณรอบดวงตา 15 นาทีต่อครั้ง สามารถทำได้บ่อยตามที่ต้องการ
  7. กากชา นำกากชาที่ใช้แล้วมาใส่ในผ้าขาวบาง แล้วนำมาประคบบริเวณรอบดวงตา สารแทนนิน (Tannin) และคาเฟอีน (Caffeine) ในกากชา มีสรรพคุณช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้
  8. มะเขือเทศ นำมะเขือเทศมาหั่นเป็นแว่น แล้วนำมาวางบริเวณรอบดวงตา สามารถช่วยลดอาการบวมของถุงใต้ตาได้ และมะเขือเทศยังช่วยทำให้ผิวพรรณดูสดใส เปล่งปลั่งขึ้นอีกด้วย
  9. ผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตาก็สามารถใช้ได้เช่นกัน ซึ่งในบางยี่ห้ออาจมีราคาแพงแตกต่างกันไป แต่สามารถช่วยลดถุงใต้ตา และเห็นผลได้เร็วขึ้นอย่างแน่นอน

หากสาว ๆคนไหนบำรุงแล้วยังมีถุงใต้ตามากวนใจอยู่ก็สามารถปกปิดถุงใต้ตาได้ด้วยการใช้ Concealer ซึ่งเป็นเครื่องสำอางชนิดหนึ่งที่ใช้ในการปกปิดถุงใต้ตาได้เป็นอย่างดี แค่เพียงเท่านี้ใบหน้าของเราก็ดูสว่างสดใสไม่หมองคล้ำอีกต่อไป

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  ทางเข้า Ufabet มือถือ

ข่าวกินชาบูไม่หมดแล้วแอบเอาทิ้ง

ตามรายงานข่าวมีร้านขายชาบูร้านดังร้านหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงคนที่ไปกินชาบูที่ร้านโดยระบุว่าเป็นคนที่ไปนั่งที่โต๊ะเบอร์ 15 โดยไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูกได้มากินชาบูแล้วตักไปเยอะกินไม่หมดแอบเอาเนื้อหมูมาทิ้งในถึงขยะเยอะมาก  พร้อมทั้งมีการถ่ายภาพเนื้อหมูที่พนักงานกำลังเขี่ยออกมาจากถังขยะ

โดยทางเจ้าของร้านยังระบุอีกด้วยว่ากินไม่หมดทำไมไม่บอก สงสารคนที่เขาไม่ได้กินบ้างไหม และยังบอกอีกว่าจำหน้าทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี

        จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้กันเป็นอย่างมากโดยส่วนใหญ่จะต่อว่า พ่อแม่ลูกที่มากินชาบูโต๊ะเบอร์ 15 ที่มีปัญหาเพราะการเปิดร้านอาหารบุปเฟ่ต์ พ่อค้าแม่ค้าย่อมคาดหวังเรื่องกำไร แต่เมื่อเราไปทานาควรจะมีการตักในปริมาณที่น้อยไว้ก่อน หมดแล้วค่อยไปตักมาเติมเพิ่ม

ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนที่จะไปทานชาบูต้องทราบและปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะจะมีเงื่อนไขการกินระบุไว้ทุกร้านว่าถ้ากินไม่หมดจะมีการคิดค่าปรับเพิ่ม ซึ่งการที่สามคนนี้เข้าไปกินในร้านแล้วทำพฤติกรรมแบบนี้ ย่อมส่งผลต่อเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย และส่งผลต่อคนอื่นที่เขามีความต้องการที่จะเข้าไปกินชาบู

แต่เนื้อหมูอาจจะหมดเสียก่อน เพราะคนที่กินไม่หมดตักมาเยอะเกินและนำมาทิ้ง โดยหากคุณ ต้องการตักเยอะจริงๆ ไม่แคร์ใครคุณควรมีความรับผิดชอบที่จะจ่ายเงินส่วนที่คุณตักมาเกิน หากคุณทำได้อย่างนี้ก็ไม่มีใครว่าอะไรคุณเลย

      จากพฤติกรรมที่ทั้งสามคนทำไว้นั้นนอกจากจะส่งผลในระยะสั้นอย่างที่กล่าวมาแล้ว ยังส่งผลในระยะยาวต่อเด็กที่มีพ่อแม่มีพฤติกรรมแบบนี้ และทำพฤติกรรมแบบนี้ให้ลูกได้เห็นและทำตามซึ่งต่อไปในอนาคตลูกก็จะมีพฤติกรรมเลียนแบบพ่อแม่ เพราะเข้าใจว่าสิ่งที่พ่อกับแม่ทำนั้นถูกต้องแล้ว 

และจากสิ่งที่ทั้งสามคนได้กระทำในครั้งนี้หากทางร้านมีภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน ทั้งสามคนก็จะถูกเรียกเก็บเงินย้อนหลังค่าอาหารได้ และหากเป็นข่าวดังขึ้นมาทุกคนจะได้เห็นหน้าตาของคุณ สร้างความอับอายให้กับคุณและญาติๆ ที่สำคัญลูกของคุณจะได้รับผลกระทบของเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

นอกจากจะอายคนทั่วไปที่เสพข่าวนี้แล้ว ยังต้องอับอายเพื่อนที่โรงเรียน หากถูกล้อก็จะไม่กล้าไปโรงเรียนมีผลต่อการเรียนของลูกอีกด้วย หวังว่าข่าวนี้จะส่งไปถึงคนที่กระทำพฤติกรรมแบบนี้และต่อไปคงไม่ไปทำพฤติกรรมแบบนี้ที่ไหนอีก

ประโยชน์ของมะม่วงที่เรานั้นควรรู้

ในตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับมะม่วงที่เราเชื่อว่าต้องมีหลายๆคนนั้นชื่นชอบเพราะว่ามะม่วงเป็นผลไม้ที่รสชาติที่หวาน และยังสามารถที่จะกินได้ทั้งสุกและดิบเลย ประโยชน์ของมะม่วงนั้นก็มีมากมาย

ซึ่งในการที่เรากินนั้นก็มีทั้งประโยชน์และโทษได้เหมือนกันสำหรับผลไม้ชนิดนี้  ใครที่ชอบกินนั้นก็คิดว่าต้องรู้อยู่แล้วว่าประโยชน์ของมะม่วงมีอะไร และข้อเสียของมะม่วงนั้นมีอะไรเดี่ยวซึ่งทางเว็บ ufabet ของเรานั้นจะมาบอกว่ามีอะไรบ้าง ไปอ่านกันเลย 

ประโยชน์ของมะม่วง  

ประโยชน์ของมะม่วงนั้นช่วยสร้างคุ้มกันให้แก่ร่างกาย  และช่วยให้ในเรื่องของผิวพรรณที่สดใส และก็อุดมไปด้วยวิตามินเอและซี  และสารต้านอนุมูล และยังเป็นผลไม้ที่ช่วยบำรุงในเรื่องของตานั้นอีกด้วยและก็ยังช่วยในเรื่องของความผิดปกติอย่างเช่นการป้องกันต้อกระจก  และก็จอประสาทตานั้นเสื่อม ตาแห้ง  

ส่วนในเรื่องของมะม่วงดิบนั้นแคลเซียมสูง  และก็ช่วยในเรื่องของเลือดออกตามไรฟัน และมะม่วงสุกนั้นก็ยังช่วยในเรื่องของการขับถ่าย  เพราะว่ามีฤทธิ์เป็นยาระบายอีกด้วย ในมะม่วงนั้นเหมาะสำหรับผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เนื่องจากมะม่วงนั้นมีธาตุเหล็กที่ช่วยในภาวะของโลหิตจางในผู้หญิงนั้นได้  

รับประทานมะม่วงอย่างไงให้ปลอดภัย  

เนื่องจากมะม่วงนั้นเป็นผลไม้ที่รสชาติที่หวานเมื่อสุก ในมะม่วงนั้นจะมีน้ำตาลเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังมีคาร์โบไฮเดรตที่สูง มาก  ส่วนในมะม่วงดิบจะมีคาร์โบไฮเดรตที่อยู่เป็นแป้ง และเมื่อมะม่วงนั้นสุกแป้งในมะม่วงนั้นจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาลทันที และเมื่อเรานั้นกินไปเรานั้นจะกินน้ำตาลที่จะดูดซึมเร็วและก็ยังส่งผลให้ในน้ำตาลในเลือด  เมื่อเรานั้นกินมากเกินไปนั้นจะทำให้เรานั้นเบาหวานเพราะว่าน้ำตาลในมะม่วง ส่วนคนที่เบาหวานนั้นก็ควรที่จะสอบถามแพทย์ก่อนเพราะว่าการที่จะกินมะม่วงนั้นมากจะทำให้เบาหวานนั้นเพิ่มมากขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเราควรที่จะกินน้อย  

     เรานั้นเชื่อว่ามีหลายๆคนนั้นชื่นชอบในการกินมะม่วงแต่ว่าเรานั้นก็ควรที่จะแบบว่าพอประมาณเพราะว่าการที่เรานั้นเป็นเบาหวานนั้นแล้วเรานั้นรับประทานมะม่วงนั้นมากเกินไปจะทำให้ร่างกายของเรานั้นเกิดอาการช็อกเบาหวานนั้นก็ได้เราควรที่จะปรึกษาแพทย์ก่อนที่เรานั้นจะกิน  

     ส่วนมะม่วงดิบนั้นเมื่อเรารับประทานมากเกินก็อาจจะทำให้ท้องของเรานั้นเสียหรือว่าถ่ายท้องนั้นก็ได้เพราะว่ามะม่วงที่ดิบนั้นมีรสชาติที่เปรี้ยว  หรือว่าเราจะรับประทานคู่กับ น้ำปลาหวานนั้นก็อร่อยเหมือนกัน หรือว่าชอบจิ้มก็เป็นพริกกับเกลือขอบอกว่าแซ่บอย่างแน่นอน