คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสังคม

ข่าวกินชาบูไม่หมดแล้วแอบเอาทิ้ง

ตามรายงานข่าวมีร้านขายชาบูร้านดังร้านหนึ่งได้ออกมาโพสต์ข้อความถึงคนที่ไปกินชาบูที่ร้านโดยระบุว่าเป็นคนที่ไปนั่งที่โต๊ะเบอร์ 15 โดยไปกันสามคน พ่อ แม่ ลูกได้มากินชาบูแล้วตักไปเยอะกินไม่หมดแอบเอาเนื้อหมูมาทิ้งในถึงขยะเยอะมาก  พร้อมทั้งมีการถ่ายภาพเนื้อหมูที่พนักงานกำลังเขี่ยออกมาจากถังขยะ

โดยทางเจ้าของร้านยังระบุอีกด้วยว่ากินไม่หมดทำไมไม่บอก สงสารคนที่เขาไม่ได้กินบ้างไหม และยังบอกอีกว่าจำหน้าทั้งสามคนได้เป็นอย่างดี

        จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มีการพูดคุยถึงเรื่องนี้กันเป็นอย่างมากโดยส่วนใหญ่จะต่อว่า พ่อแม่ลูกที่มากินชาบูโต๊ะเบอร์ 15 ที่มีปัญหาเพราะการเปิดร้านอาหารบุปเฟ่ต์ พ่อค้าแม่ค้าย่อมคาดหวังเรื่องกำไร แต่เมื่อเราไปทานาควรจะมีการตักในปริมาณที่น้อยไว้ก่อน หมดแล้วค่อยไปตักมาเติมเพิ่ม

ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนที่จะไปทานชาบูต้องทราบและปฏิบัติอยู่แล้ว เพราะจะมีเงื่อนไขการกินระบุไว้ทุกร้านว่าถ้ากินไม่หมดจะมีการคิดค่าปรับเพิ่ม ซึ่งการที่สามคนนี้เข้าไปกินในร้านแล้วทำพฤติกรรมแบบนี้ ย่อมส่งผลต่อเจ้าของร้านที่ได้รับความเสียหาย และส่งผลต่อคนอื่นที่เขามีความต้องการที่จะเข้าไปกินชาบู

แต่เนื้อหมูอาจจะหมดเสียก่อน เพราะคนที่กินไม่หมดตักมาเยอะเกินและนำมาทิ้ง โดยหากคุณ ต้องการตักเยอะจริงๆ ไม่แคร์ใครคุณควรมีความรับผิดชอบที่จะจ่ายเงินส่วนที่คุณตักมาเกิน หากคุณทำได้อย่างนี้ก็ไม่มีใครว่าอะไรคุณเลย

      จากพฤติกรรมที่ทั้งสามคนทำไว้นั้นนอกจากจะส่งผลในระยะสั้นอย่างที่กล่าวมาแล้ว ยังส่งผลในระยะยาวต่อเด็กที่มีพ่อแม่มีพฤติกรรมแบบนี้ และทำพฤติกรรมแบบนี้ให้ลูกได้เห็นและทำตามซึ่งต่อไปในอนาคตลูกก็จะมีพฤติกรรมเลียนแบบพ่อแม่ เพราะเข้าใจว่าสิ่งที่พ่อกับแม่ทำนั้นถูกต้องแล้ว 

และจากสิ่งที่ทั้งสามคนได้กระทำในครั้งนี้หากทางร้านมีภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน ทั้งสามคนก็จะถูกเรียกเก็บเงินย้อนหลังค่าอาหารได้ และหากเป็นข่าวดังขึ้นมาทุกคนจะได้เห็นหน้าตาของคุณ สร้างความอับอายให้กับคุณและญาติๆ ที่สำคัญลูกของคุณจะได้รับผลกระทบของเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

นอกจากจะอายคนทั่วไปที่เสพข่าวนี้แล้ว ยังต้องอับอายเพื่อนที่โรงเรียน หากถูกล้อก็จะไม่กล้าไปโรงเรียนมีผลต่อการเรียนของลูกอีกด้วย หวังว่าข่าวนี้จะส่งไปถึงคนที่กระทำพฤติกรรมแบบนี้และต่อไปคงไม่ไปทำพฤติกรรมแบบนี้ที่ไหนอีก

ข่าวสาวอายุ 35 ปีทำเล็บแล้วนิ้วติดเชื้อเกือบต้องการเป็นคนพิการ

จากกรณีที่มีข่าวว่านายแพทย์ อารักษ์ วงศ์วรชาติ ได้รับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องการปวดนิ้ว เมื่อคุณหมอตรวจจึงพบว่าคนไข้มีอาการนิ้วมือที่เป็นแผลติดเชื้อและตอนนี้เชื้อได้ลามไปจนถึงข้อกระดูก ทำให้ต้องรีบรักษาด้วยการผ่าตัด  โดยเหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาลสิชล เป็นโรงพยาบาลในจังหวัดนครศรีธรรมราช

ซึ่งนายแพทย์เจ้าของไข้ได้เล่าแชร์เหตุการณ์ให้ฟังว่า คนไข้รายดังกล่าวก่อนหน้านี้ได้ไปร้านเสริมสวยเพื่อทำการติดเล็บปลอม แต่ทางร้านไม่มีคุณภาพนำกาวตาช้างมาติดให้ที่เล็บแทน ซึ่งตอนที่ติดเล็บปลอมทางร้านได้ตัดแต่งตรงขอบของเล็บด้วย  เมื่อติดมาได้ประมาณ 3 วันคนไข้รู้สึกปวดที่นิ้ว

แต่ไม่ได้คิดอะไรจึงซื้อยามาทานเอง แต่ก็ไม่หายยิ่งรู้สึกปวดมากขึ้น และนิ้วเริ่มปวดขึ้นจนงอนิ้วไม่ได้ ผู้ป่วยเริ่มมีไข้สูงและยิ่งเจ็บมากตรงบริเวณเล็บที่ไปทำ จึงตัดสินใจดึงเอาเล็บปลอมออก แล้วก็พบว่ามีเนื้อหลุดออกมาจากขอบเล็บด้วย จึงได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลซึ่งพอหมอได้ตรวจดูอาการอย่างละเอียดก็พบกับปัญหาที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ซึ่งคุณหมอยังบอกอีกว่าคนไข้รายนี้นอกจากจะต้องเสียค่ารักษาไปหลายหมื่นบาทแล้ว ยังเสี่ยงที่นิ้วจะพิการ หรืออาจติดเชื้อโรคอื่นๆได้ด้วย

            คุณหมอแนะนำมาว่าหากมีอาการดังต่อไปนี้ ควรรีบมาพบแพทย์ทันที่ คือ มีอาการบวม แดงหรือมีหนองตรงที่เป็นแผล  ทำให้เคลื่อนไหวลำบาก อาจมีอาการอื่นแทรกเช่น มีไข้ อ่อนเพลียและอาเจียน ซึ่งสาเหตุของอาการเหล่านี้มาจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ซึ่งเสี่ยงอย่างมากที่เชื้อจะแพร่เข้ากระแสเลือด อาจก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิตได้

          สำหรับข่าวนี้คงจะเป็นอุทาหรณ์ให้สาวๆหลายคนที่รักความสวยความงาม และชอบเข้าร้านทำเล็บ อันที่จริงการทำเล็บที่ร้านไม่ได้ก่อให้เกิดแผลติดเชื้อแบบนี้ แต่ที่มีข่าวแบบนี้เกิดขึ้นมาได้ เพราะร้านที่ลูกค้าไปทำเล็บเป็นร้านที่ไม่ได้มาตรฐาน และทำไม่สะอาด และไม่มีความรู้เกี่ยวกับการทำเล็บมากพอ เน้นเอาประหยัดเข้าไว้ เพราะไม่มีการต่อเล็บที่ไหนเขาใช้กาวตราช้างมาต่อเล็บหรอก

เนื่องจากช่างทำเล็บจะรู้ดีกว่ามีกาวสำหรับต่อเล็บโดยเฉพาะอยู่แล้ว และการตัดเล็บควรดูร้านที่มีการเปลี่ยนอุปกรณ์หรือล้างอุปกรณ์ด้วยยาฆ่าเชื้อเพราะอุปกรณ์ตัดเล็บเป็นการใช้งานร่วมกันหลายคน เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนที่มีตัดก่อนเราเขาเป็นโรคติดต่อหรือไม่ ซึ่งการตัดเล็บที่ร้านเสี่ยงอย่างมากที่จะติดโรคมาจากคนก่อนหน้าเรา เช่น HIV ดังนั้น การทำเล็บทางที่ดีทำเองที่บ้านปลอดภัยกว่า

ต้องเอาตัวให้รอดยังไงเมื่อต้องอยู่ในเหตุการณ์กราดยิง?

 เพิ่งผ่านไปไม่นานกับเหตุการณ์คนร้ายนำปืนมากราดยิงประชาชน

คนบริสุทธิ์เสียชีวิตที่จังหวัดลพบุรี มาวันนี้มีเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่ารุนแรงกว่ามากเกิดขึ้นอีกครั้งที่จัดหวัดนครราชสีมา เมืองของย่าโม  ทำให้ผู้คนตกใจและหวาดกลัวกันเป็นจำนวนมากเพราะเหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมากว่า 20 คนและยังมีคนบาดเจ็บมากมาย

ก่อนหน้านี้ประเทศไทยไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน จึงไม่ได้มีการวางแผนการหนีอย่างไรไว้ล่วงหน้ามาวันนี้มีเหตุการณ์เลวร้ายมาหลายรอบแล้วดังนั้น เราควรจะทราบว่าเราจะมีวิธีการเอาตัวเองให้รอดได้อย่างไรให้ต้องต้องอยู่ในสถานการณ์แบบที่เกิดเหตุที่ห้าง Terminal 21 ที่โคราช

       หลักการเอาตัวรอดหากเหตุการณ์กำลังเกิดขึ้นอยู่ หากใครมีสัมภาระข้าวของพะรุงพะรังให้ทิ้งก่อนแล้ววิ่งหนีทันที โดยให้ฟังทิศทางของเสียงปืนว่ายิงมาจากทิศทางใดแล้วห้ามวิ่งไปทางเสียงปืนอย่างเด็ดขาด ถ้ามีคนอื่นที่อยู่ที่เดียวกับเราก็ช่วยคนอื่นให้หนีไปพร้อมเราด้วยถ้าทำได้แต่ถ้าหากเขาไม่ยอมหนีก็ปล่อยเขาไปแล้วให้เราหนีไปเองลำพังก็ได้

ซึ่งหากหนีออกไปจากจุดเกิดเหตุได้ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทันที แต่ถ้าหากหนีไม่ได้ ให้รีบหาที่ซ่อนตัว

ซึ่งการซ่อนตัวที่ดีควรอยู่หลังกำแพงหนาหนา อยู่อย่างเงียบเงียบปิดอุปกรณ์สื่อสารทั้งหมดรวมถึงโทรศัพท์มือถือ ถ้ามีที่ล็อกประตูก็ให้ล็อกเลย และปิดไฟให้มืด ที่สำคัญอย่าคุยกันและอย่าซ่อนอยู่รวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ให้กระจายกันหาที่ซ่อนและหากต้องการจะติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกหรือตำรวจให้ส่งเป็นข้อความเท่านั้น

และซ่อนตัวจนกว่าจะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาให้ความช่วยเหลือ พยายามใช้โทรศัพท์มือถือติดต่อสื่อสารกับภายนอกยามที่จำเป็นเท่านั้นเพื่อเป็นการ save battery

    จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ห้างที่โคราชในครั้งนี้ ทำให้ประชาชนคงต้องมีการวางแผนกับคนในครอบครัวเอาไว้บางแล้วว่าหากมีเหตุการณ์เช่นนี้ควรจะมีการหนีกันไปทางไหนอย่างไร หรือหากต้องต่างคนต่างหนีจะมีจุดที่สามารถนัดเจอกันได้อย่างไร เพื่อไม่ให้คนทางบ้านต้องเป็นห่วง

สิ่งสำคัญที่สุดเมื่อมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตามให้หนีไว้ก่อน ไม่ต้องห่วงการไลฟ์สด อยากให้คนอื่นเห็นหรืออยากรู้ความเป็นไปของสถานการณ์ในตอนนั้นเพราะชีวิตสำคัญที่สุด ซึ่งในช่วงเวลาแบบนี้พวกเราคนไทยต้องช่วยเหลือกันเอง หากเห็นอะไรที่น่าสงสัย

ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทันทีเหตุการณ์ในครั้งนี้คงจะเป็นกรณีศึกษาให้กับอีกหลายหน่วยงานว่าจะทำการแก้ไขเหตุการณ์แบบนี้อย่างไรให้รวดเร็วเพื่อไม่ให้มีคนบาดเจ็บล้มตายเป็นจำนวนมากอย่างในครั้งนี้ 

ค้นพบยารักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้ว

แถลงการณ์แพทย์ไทยเจ๋งค้นพบยารักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรน่าแล้ว

มีการแถลงการณ์จากทางโรงพยาบาลราชวิถีเกี่ยวกับการคิดคนอยากฆ่าเชื้อเพื่อรักษาโรคไวรัสขอดูหน้าโดยตอนนี้ทางนายแพทย์ที่ประจำการอยู่ที่โรงบาลราชวิถีได้ออกมาบอกว่าตอนนี้ในภาคของประเทศไทยเราได้ค้นพบยาที่สามารถรักษาอาการของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสกรอหน้าได้แล้วโดยหากคนที่มีเชื้อไวรัสคราวหน้าได้รับการรักษาจากยาชนิดนี้จะสามารถฟื้นตัวได้เร็วรึหายขาดได้ภายในเวลาแค่ 48 ชั่วโมงเท่านั้นเอง

โดยวันนี้ทางรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาทางสาธารณสุขได้ร่วมกับทางโรงพยาบาลราชวิถีออกแถลงการณ์ถึงการค้นพบยารักษาโรคไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ 2019 ซึ่งเป็นยาที่ช่วยในเรื่องของรักสาโรคปอดอักเสบโดยทางนายแพทย์ของโรงบาลราชวิถีได้ออกมาบอกว่าโรคชนิดนี้มีอาการที่รุนแรงมากซึ่งยาที่คิดคนขึ้นมานี้

 

หาผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ได้รับการรักษาจากทางโรงพยาบาลราชวิถีและได้ยาที่มีการคิดคนขึ้นมาอาการรุนแรงของโรคจะดีขึ้นเป็นอย่างมากและผู้ป่วยจะสามารถหายจากโลกนี้ได้ได้ภายในเวลาแค่เพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้นโดยผู้ป่วยที่รับการทดลองการรักษายานี้เป็นหญิงสาวที่มาจากเมืองจีนซึ่งได้รับการรักษาที่โรงบาลและได้รับยานี้เข้าไปซึ่งเมื่อผลตรวจออกมาก็พบว่าเธอหายจากอาการที่ติดเชื้อโรคใครสนใจ

หาผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ได้รับการรักษาจากทางโรงพยาบาลราชวิถี

และได้ยาที่มีการคิดคนขึ้นมาอาการรุนแรงของโรคจะดีขึ้นเป็นอย่างมากและผู้ป่วยจะสามารถหายจากโลกนี้ได้ได้ภายในเวลาแค่เพียง 48 ชั่วโมงเท่านั้นโดยผู้ป่วยที่รับการทดลองการรักษายานี้เป็นหญิงสาวที่มาจากเมืองจีนซึ่งได้รับการรักษาที่โรงบาลและได้รับยานี้เข้าไปซึ่งเมื่อผลตรวจออกมาก็พบว่าเธอหายจากอาการที่ติดเชื้อซิวไวรัสโคโรน่าเรียบร้อยแล้ว

ซึ่งจากการที่มีการแถลงการณ์ออกมาในครั้งนี้สร้างความดีใจให้กับทุกคนชาวไทยเป็นอย่างยิ่งเพราะอย่างน้อยก็ยังมีรักอย่ารักสาโรคชนิดนี้แล้วจึงไม่จำเป็นต้องกลัวอีกต่อไปแต่ว่าทางท้ายก็ยังแจ้งว่าหากใครที่อยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยว่าจะมีการติดเชื้อก็อาจจะยังต้องมีการปรับตัวเพื่อทำการตรวจสอบและหากมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ก็จะต้องทำการรักษากันต่อไปซึ่งตอนนี้ทางทีมแพทย์ได้มีการปรึกษากันอยู่ว่าจะหาสถานที่ไหนเอาไว้เป็นสถานที่เพื่อกักตัวของกลุ่มที่อยู่ในความเสี่ยงว่าจะติดเชื้อโรคไวรัโคโรน่าซึ่งอาจจะต้องมีการประชาสัมพันธ์ให้ทราบอีกครั้งหนึ่งตอนนี้มีดีมองหาไว้แล้วประมาณสามถึงสี่ที่

 

กระทืบลูกเมีย

ข่าวสามีกระทืบหน้าอกภรรยา

สภ. เมืองชลบุรีได้รับแจ้งความจากชาวบ้านให้มาช่วยเหลือสามีภรรยาทะเลาะกัน และตอนนี้ภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัสนอนร้องครวญครางอยู่ตลอดเวลา และเมือเจ้าหน้าที่ตำรวจไปถึงจึงทำการช่วยเหลือนางบี อายุ 47 ปี ใบหน้าและปากแตงมีรอยเขียวช้ำเต็มไปหมดโดยเฉพาะที่หน้าอกของนางบี ซึ่งนางบียังนอนร้องครวญครางอยู่ตรงหน้าบ้านเหมือนเดิมในขณะที่สามีนางบีได้เข้าบ้านไปแล้ว

โดยนางบีได้เล่าให้กับตำรวจและนักข่าวฟังว่า นางบีและสามีมักมีเรื่องทะเลาะตบตีแบบนี้กันเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะมีปัญหากันอยู่ วันนี้ก็ทะเลาะกันอีกจึงมีการลงไม้ลงมือกันอีกจึงถูกสามี เตะ และชกจนล้มลงยังไม่พอสามียังทำการกระทืบลงมาหลายครั้งที่บริเวณหน้าออกทำให้เจ็บปวดและรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกส่วนคนที่โทรไปแจ้งความให้ตำรวจมาช่วยนางบีได้กล่าวว่าตนเองได้ยินเสียงนางบีทะเลาะกับสามีเสียงดังมาก และได้ยินเสียงนางบีร้องอย่างเจ็บปวดทรมานและขอความช่วยเหลือ ตนจึงได้โทรแจ้งตำรวจให้มาระงับเหตุเพราะกลัวนางบีจะถูกสามีซ้อมจนตาย

ทั้งนี้บทสรุปของเรื่องทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้เข้าไปดำเนินการจับกุมสามีของนางบี เพราะนางบีไม่ได้แจ้งความ ดังนั้นเมื่อเป็นเช่นนี้ จึงถือว่าเป็นเรื่องของสามีภรรยา ตำรวจเข้าไปยุ่งเกี่ยวไม่ได้เพราะยังไม่มีเจ้าทุกข์ เกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงในครัวเรือน

รูปภาพที่เกี่ยวข้องปัญหาการทะเลาะเบาะแว้งและตบตีกันของสามีภรรยานั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรปล่อยผ่าน เรื่องนี้ต้องความดีความชอบให้กับเพื่อนบ้านที่ตามเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือนางบีเพราะไม่เช่นนั้น นางบีอาจถูกซ้อมจนเสียชีวิตได้ สำหรับนางบีนั้นที่จริงควรจะคิดได้หากปัญหายังมีอยู่เรื่อยๆสักวันคงเสียชีวิตคาเท้าสามี อันที่จริงหากอยู่ด้วยกันแล้วมีปัญหาต้องทะเลาะเบาะแว้งตบตีกันทุกวันอย่างนี้

ควรจบสถานครอบครัวหรือควรแยกกันอยู่สักพักแล้วเมื่อเคลียกันได้ค่อยกลับมาอยู่ด้วยกันก็ได้เท่าที่รู้มาตอนนี้มีกฎหมายออกมาคุ้มครองคู่สามีภรรยาที่ทะเลาะกันแล้วถูกซ้อมตำรวจสามารถจับคนที่ทำได้เลยและกฎหมายยังระบุไว้ด้วยว่าหากเพื่อนบ้านเห็นคนถูกซ้อมแล้วไม่แจ้งความไม่เข้าช่วยเหลือเพื่อนบ้านก็จะมีความผิด

สำหรับเรื่องนี้เพื่อนบ้านได้ทำถูกต้องทั้งทางด้านศีลธรรมและกฎหมายแล้ว แต่ตำรวจเองที่ไม่กล้าเข้าไปจับกุมสามีส่วนคนเป็นภรรยาก็ไม่กล้าที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับสามียอมให้เขาซ้อมต่อไปครั้งหน้าหากถูกซ้อมอีกใครจะอยากช่วยเหลือเพราะช่วยเหลือไปก็กลับไปให้เขาซ้อมอีกอยู่ดี